ประเภทของเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง

นื่องจากการนำเข้ายา อาหาร อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสัตว์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง หรือวัตถุทางการแพทย์และวัตถุอันตรายอื่น ๆ เข้ามาในประเทศไทยต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หรือการจะผลิตเครื่องสำอางขึ้นมาใหม่ก็ย่อมต้องขอ อย เครื่องสำอางก่อน

ดังนั้นในบทความต่อไปนี้จึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง นำเข้า หรือส่งออกเครื่องสำอางเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

เครื่องสำอางคืออะไร?

เครื่องสำอางตามความหมายของ พระราชบัญญัติ เครื่องสําอาง พ.ศ. 2558 คือ

  1. วัตถุที่มุ่งหมายสําหรับใช้ทา ถู นวด โรย พ่น หยอด ใส่ อบ หรือกระทําด้วยวิธีอื่นใด กับส่วนภายนอกของร่างกายมนุษย์ และให้หมายความรวมถึงการใช้กับฟันและเยื่อบุในช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏ หรือระงับกล่ินกาย หรือปกป้องดูแลส่วนต่าง ๆ นั้น ให้อยู่ในสภาพดี และรวมตลอดทั้งเครื่องประทิ่นต่าง ๆ สําหรับผิวด้วย แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์ภายนอกร่างกาย 
  2. วัตถุที่มุ่งหมายสําหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสําอางโดยเฉพาะ
  3. วัตถุอื่นที่กําหนดโดยกฎกระทรวงให้เป็นเครื่องสําอาง

อย. คืออะไร?

อย. ย่อมาจาก “สำนักงานอาหารและยา” (Food and Drug Administration)  เป็นส่วนราชการในระดับกรม ของประเทศไทย สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญในการปกป้อง คุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพส่วนใหญ่มักจะหมายถึง อาหาร ยา เวชภัณฑ์ และเครื่องสำอาง

เครื่องหมาย อย. คืออะไร?

เครื่องหมายที่ได้รับการขึ้นทะเบียน โดยผ่านการพิจารณาในด้านประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัย ที่ได้รับอนุญาตให้ผลิตหรือจำหน่าย ตรงตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา 

ประเภทของเครื่องสำอาง

เดิมพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2535 แบ่งประเภทของเครื่องสำอางเป็น 3 ประเภท คือ 

1.เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายกับผู้บริโภค เนื่องจากพิษภัยหรือจากเคมีภัณฑ์ที่เป็นส่วนผสม การกำกับดูแลจึงเข้มงวดที่สุด ด้วยการให้มาขึ้นทะเบียนตำรับ เมื่อได้รับใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับเครื่องสำอางควบคุมพิเศษเรียบร้อยแล้ว จึงจะผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายได้ ให้สังเกต เลขทะเบียนในกรอบ อย. ตัวอย่างเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ได้แก่

  •  ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก ไหมขัดฟันที่มีส่วนผสมของ ฟลูออไรด์
  •  น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของ เซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์
  •  ผลิตภัณฑ์ดัดผม ยืดผม
  •  ผลิตภัณฑ์ย้อมผมชนิดถาวร
  •  ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม
  •  ผลิตภัณฑ์แต่งสีผมที่มีส่วนผสมของ เลดแอซีเทต หรือซิลเวอร์ไนเตรต
  •  ผลิตภัณฑ์กำจัดขน หรือทำให้ขนร่วง
  1. เครื่องสำอางควบคุม เป็นเครื่องสำอางที่มีผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายบ้าง การกำกับดูแลจึงไม่เข้มงวดเท่าเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ ผู้ประกอบธุรกิจเพียงมาแจ้งรายละเอียดต่อหน่วยงานของรัฐ ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่ายในราชอาณาจักร ดังนั้นเครื่องสำอางควบคุม จะไม่มีเลขทะเบียนในกรอบ อย.

กำหนดเครื่องสำอางควบคุม มี 2 ลักษณะ คือ

  • กำหนดประเภทของเครื่องสำอาง 4 ประเภท เป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
  • ผ้าอนามัย ทั้งชนิดแผ่น และชนิดสอด
  • ผ้าเย็นหรือกระดาษในภาชนะบรรจุที่ปิด
  • แป้งฝุ่นโรยตัว
  • แป้งน้ำ
  • กำหนดสารควบคุม ดังนั้นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารควบคุม จะจัดเป็นเครื่องสำอางควบคุม ได้แก่
  • สารป้องกันแสงแดด จำนวน 19 ชนิด (ตามบัญชีแนบท้ายประกาศฯ ฉบับที่ 8 พ.ศ.2536 เรื่อง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารป้องกันแสงแดด)
  • สารขจัดรังแค (ซิงก์ไพริไทโอน และ ไพรอกโทน โอลามีน)
  • สารขจัดรังแค (คลิมบาโซล)

3.เครื่องสำอางทั่วไป ได้แก่เครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนผสมของสารควบคุมพิเศษ หรือสารควบคุม ดังนั้นเครื่องสำอางทั่วไปจะไม่มีเลขทะเบียนในกรอบ อย. แต่มีข้อกำหนดในการผลิตหรือนำเข้า ดังนี้

  • เครื่องสำอางที่ผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้โดยไม่ต้องมาแจ้งกับอย. เพียงแต่จัดทำฉลากภาษาไทย ให้มีข้อความอันจำเป็น ครบถ้วน ชัดเจน (ส่วนข้อความอื่น ๆ บนฉลากต้องเป็นความจริงและมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)
  • เครื่องสำอางที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ต้องส่งมอบหลักฐานประกอบการ นำเข้า และจัดทำฉลากภาษาไทยให้มีข้อความอันจำเป็นให้ ครบถ้วนภายใน 30 วัน หลังจากได้รับการตรวจปล่อยให้นำเข้าฯ (ส่วนข้อความอื่น ๆ บนฉลากต้องเป็นความจริงและมีเอกสารหลักฐานพร้อมที่จะพิสูจน์ได้)  

แต่ในทางปฏิบัติเมื่อปี พ.ศ. 2551 ได้มีการกำหนดให้เครื่องสำอางทุกชนิดเป็นเครื่องสำอางควบคุมเท่านั้น ส่งผลให้ลดระดับการควบคุมจากเครื่องสำอางควบคุมพิเศษมาเป็นเครื่องสำอางควบคุม และยกระดับจากเครื่องสำอางทั่วไปเป็นเครื่องสำอางควบคุม ทำให้มีระดับการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น เมื่อเป็นเครื่องสำอางควบคุมจะต้องมีการแจ้ง อย เครื่องสำอางตามที่กำหนดในกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอางควบคุม พ.ศ. 2553 

ส่วนพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ก็ยังคงประเภทของเครื่องสำอางเพียงเครื่องสำอางที่ต้องจดแจ้งเท่านั้น

การผลิต การนำเข้าเครื่องสำอาง

ผู้ใดประสงค์จะผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง และเมื่อผู้รับจดแจ้งออกใบรับจดแจ้งให้แล้วจึงจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางนั้นได้ 

การส่งออกเครื่องสำอาง

กรณีส่งออกเครื่องสำอางกำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางเพื่อการส่งออก เครื่องสำอางนั้นจะมีคุณภาพ มาตรฐาน ฉลาก หรือรายละเอียดอื่น ๆ เป็นตามที่ผู้สั่งซื้อกำหนดก็ได้

นอกจากนี้ต้องจดแจ้งรายละเอียดของเครื่องสำอางต่อผู้รับจดแจ้ง และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ห้ามมิให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องสำอางเพื่อการส่งออกขายเครื่องสำอางดังกล่าวในราชอาณาจักร

สำหรับใครที่ต้องการจดแจ้ง อย เครื่องสำอาง ทางบริษัท เอฟดีเอ สตอรี่ จำกัด ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นเวลา 5 ปีทางเรามีความชำนาญในเรื่องขอ อย ให้กับลูกค้าโดยทางเราจะดูแลให้ทั้งหมด ในเรื่องของการยื่นเอกสาร การติดต่อประสารงานกับเจ้าหน้าที่ และให้คำแนะนำ ให้กับลูกค้าได้เข้าใจในขั้นตอนต่าง ๆ ของการ ขอ อย เพื่อที่ลูกค้าได้คลายข้อสงสัย ในทุกส่วนของรายละเอียด ทั้งผลิตภัณฑ์และสถานที่ เยี่ยมชมผลงานได้ที่เว็บไซต์ ขออย.com

 ที่มาข้อมูล :

บทความอื่น ๆ

  • All Post
  • ไม่มีหมวดหมู่

บริษัท เอฟดีเอ สตอรี่ จำกัด
ได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข
มาเป็นเวลา 5 ปีทางเรามีความชำนาญในเรื่องขอ อย.

ติดต่อเรา

© 2022 by ขออย.com. All right reserved.